สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

รู้ไว้ไม่จู้ด! 5 เชื้อโรคในอาหารที่ควรระวัง!

รู้ไว้ไม่จู้ด! 5 เชื้อโรคในอาหารที่ควรระวัง!

รู้ไว้ไม่จู้ด! 5 เชื้อโรคในอาหารที่ควรระวัง!

 

เคยไหมที่ท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษ แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุจริงๆ ของอาการ

นั้นมาจากไหน และวิธีป้องกันที่แท้จริงแล้วคืออะไร

วันนี้เรามารู้จัก 5 เชื้อโรคในอาหารกันดีกว่า

 

            การปนเปื้อนในอาหารนั้น สามารถเกิดได้ในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะปลูก ขนส่ง เก็บรักษา การเตรียมอาหาร จนไปถึงการเสิร์ฟอาหาร โดยการปนเปื้อนในอาหาร หรือ Cross-Contamination มักเกิดในอาหารที่ปรุงไม่สุก เช่น อาหารประเภท สลัด ซาชิมิ เป็นต้น

 

อุณหภูมิที่ปลอดภัยสำหรับปรุงอาหาร และเนื้อสัตว์ต่างๆ :

1. เนื้อไก่ ปรุงสุกที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส ขึ้นไป

2. ไข่, เนื้อบด 70 องศาเซลเซียส ขึ้นไป

3. เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อแกะ, เนื้อลูกวัว ปรุงสุกที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ขึ้นไป

 

อุณหภูมิอันตราย!!! DANGER ZONE อยู่ระหว่าง 5-60 องศาเซลเซียส ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บอาหารในอุณหภูมินี้ เนื่องจากเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการแพร่กระจายของเชื้อโรค

            โดยสาเหตุหลักของการเกิดเชื้อโรคในอาหารนั้นจะเกิดจากอุณหภูมิการเก็บอาหารไม่ถูกต้อง เช่น วางอาหารไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน (29-35 องศาเซลเซียส) ทำให้เชื้อโรคเติบโตได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การปนเปื้อนในอาหารก็มักเกิดจากการรักษาความสะอาด และการจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆแบบผิดวิธี ทำให้เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

            ดังนั้นเรามารู้จักกับ 5 เชื้อโรคในอาหารที่พบกันบ่อยๆ รู้อาการหลังได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และวิธีป้องกันดีกว่าครับบ!!


เอสเชอริเชีย

มักจะเจอในเนื้อหมู เนื้อวัว และสัตว์เนื้อแดงที่ไม่สุก

โดยเกิดจากการปนเปื้อนผ่านอุจจาระของสัตว์

มักจะเกิดอาการใน 1-8 หลังจากที่ได้รับเชื้อ

 

วิธีป้องกัน / ทำลาย : ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 70-120 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อบ 5-90 นาที

1. สัตว์เนื้อแดง เช่น เนื้อหมู และเนื้อวัว มักจะพบ เชื้อ E.Coli หรือเอสเชอริเชีย ซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนของอุจจาระของสัตว์

อาการ : มักจะเกิดอาการใน 1-8 หลังจากที่ได้รับเชื้อ

วิธีป้องกัน / ทำลาย : เชื้อ E-Coli จะถูกทำลายเมื่อเรานำไปประกอบอาหาร โดยใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาที แต่บางสายพันธุ์ต้องใช้อุณหภูมิถึง 120 องศาเซลเซียสขึ้นไป และใช้เวลานานถึง 90 นาที ถึงจะสามารถทำลายเชื้อ E.Coli ได้หมด เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่ควรทานอาหารสุกๆดิบๆ กันนะครับ

 

บาซิลลัส ซีเรียส

มักจะพบในข้าวผัด หรืออาหารตามสั่งที่ถูกตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน

มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน และจะเกิดอาการภายใน 8-16 ชั่วโมง

 

วิธีป้องกัน / ทำลาย : ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 70-120 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อบ 5-90 นาที

2. ข้าวผัด และอาหารตามสั่ง สามารถพบเชื้อ Bacillus cereus (บาซิลลัส ซีเรียส) หรือที่รู้จักกันในนามของ Fried-Rice Syndrome ซึ่งจะเจอโดยเฉพาะข้าวผัดที่ถูกทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง (30 องศาเซลเซียส) เป็นเวลานานๆ เพราะเชื้อโรคนี้สามารถกระจายตัวเป็นสองเท่า ภายในสามสิบนาที

อาการ : ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน และจะเกิดอาการภายใน 8-16 ชม.

วิธีป้องกัน / ทำลาย : เชื้อ B Cereus จะถูกทำลายเมื่อเรานำไปประกอบอาหาร โดยใช้ความร้อนที่อุณหภูมิมากว่า 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที แต่ต้องระวังเพราะเชื้อตัวนี้ยังมีหลายสายพันธุ์ที่ผลิตสารพิษที่ทนความร้อนได้ซึ่งต้องใช้ความร้อนถึง 120 องศาเซลเซียส เป็นเวลากว่า 90 นาที

 

โนโรไวรัส

เป็นเชื้อที่เกิดจากการปนเปื้อนทางน้ำ ซึ่งสามารถส่งผ่านผู้เสิร์ฟอาหารถึงผู้รับประทานได้อีกด้วย

มีอาการท้องเสีย อาเจียน ซึ่งจะเกิดภายใน 12 - 48 ชั่วโมง และมีอาการต่อเนื่องถึง 48 - 72 ชั่วโมงเลยทีเดียว

 

วิธีป้องกัน / ทำลาย : ล้างมือให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ หากรู้สึกไม่สบายให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอาหาร

3. น้ำ เป็นวัตถุดิบหนึ่งที่สามารถพบเชื้อไวรัส Norovirus (โนโรไวรัส) ซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนทางน้ำ และที่สำคัญคือยังสามารถส่งผ่านผู้เสิร์ฟอาหารได้ด้วย โดยถ้าเกิดในพื้นที่ปิด เช่น เรือสำราญ หรือร้านอาหาร จะทำให้เชื้อโรคตัวนี้ สามารถแพร่กระจายตัวได้เร็ว และถือว่าเป็นเชื้อโรคอันดับหนึ่ง ที่ทำให้ชาวยุโรปท้องเสียเลยทีเดียว

อาการ : ท้องเสีย อาเจียน ซึ่งจะเกิดภายใน 12 - 48 ชั่วโมง และมีอาการต่อเนื่องถึง 48 - 72 ชั่วโมงเลยทีเดียว

วิธีป้องกัน / ทำลาย : ล้างมือให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ หากรู้สึกไม่สบายให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอาหาร

 

บิบรีโอ วัลนิฟิคัส

เป็นเชื้อที่อันตรายมากก!!! และมักจะเจอในอาหารทะเลสดที่ไม่ได้ผ่านความร้อน

เกิดอาการใน 1-7 วัน จะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ขาดน้ำ

และสามารถรุนแรงถึงขั้น ติดเชื้อในกระแสเลือด

 

วิธีป้องกัน / ทำลาย : ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารทะเลที่ไม่สด หรือวางไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน

4. อาหารทะเล เช่น หอยนางรมสด หอยลาย หอยแมงภู่ เรามักจะเจอ เชื้อ Vibrio vulnificus (บิบรีโอ วัลนิฟิคัส) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในอาหารทะเล

อาการ : อาการจะเกิดใน 1-7 วัน อาหารทั่วไปคือ ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ขาดน้ำ และสามารถรุนแรงถึงขั้น ติดเชื้อในกระแสเลือด จนทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

วิธีป้องกัน / ทำลาย : ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารทะเลที่ไม่สด หรือวางไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน

 

ซาลโมเนลลา

เป็นเชื้อที่เจอได้ในไข่ ไก่ หรือนม ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุก

และยังสามารถติดต่อผ่านการปนเปื้อนของอุปกรณ์ในครัวอีกด้วย

จะมีอาการท้องเสีย 1-3 วัน และอาจมีอาการนานถึง 7 วันเลย

 

วิธีป้องกัน / ทำลาย : ถูกทำลายเมื่อใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป เป็นเวลา 60 นาที

5. เนื้อไก่ ไข่ หรือนม ที่ไม่ได้ผ่านการทำให้สุก เรามักจะมีเชื้อ Salmonella (ซาลโมเนลลา) อยู่ โดยเชื้อตัวนี้สามารถติดต่อผ่านอุปกรณ์ในครัวได้ เช่น มืด และเขียงได้อีกด้วย และแน่นอนมือของคนทำอาหารก็สามารถเป็นสื่อกลางของเชื้อได้อีกด้วย

อาการ : ท้องเสีย 1-3 วัน และอาจมีอาการนานถึง 7 วัน

วิธีป้องกัน / ทำลาย : เชื้อ Salmonella จะถูกทำลายเมื่อเรานำไปประกอบอาหาร โดยใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไปเป็นเวลาอย่างน้อย 30-60 นาที

           

            เชื้อโรค 5 ประเภทนี้ถือว่าเป็นเชื้อโรคที่พบบ่อยในอาหารที่ไม่สะอาด และทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ก็ยังมีเชื้อโรคในอาหารอีกมากมายที่สามารถเกิดขึ้น และเป็นอันตรายได้ถ้าหากเราไม่รักษาความสะอาด และอุณหภูมิของอาหารให้ดี ดังนั้นเราควรเคร่งครัด และระวังไม่ให้เชื้อโรคเหล่านี้ได้แพร่กระจายสู่อาหารของเรา โดยการเก็บรักษาอาหารให้ถูกวิธี และรักษาความสะอาดอยู่เสมอนะครับ

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก www.wongnai.com

ขอบคุณผู้เขียนบทความ Jentthanya 

อ่านต่อได้ที่ : https://www.wongnai.com/food-tips/five-food-borne-illness-dieseases

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.hes.co.th/files/2014/05/103221.jpg

 

 

 

Tags :

view